A Quiet Place Part II | ผจญภัยสุดระทึกใน ‘ดินแดนไร้เสียง 2’

A Quiet Place Part II | ผจญภัยสุดระทึกใน ‘ดินแดนไร้เสียง 2’ ทิ้งช่วงไปนานพอประมาณเลยเชียวนะจากภาคแรก ดินแดนไร้เสียงภาคแรกเข้าฉายปี 2018 ก่อนจะมีภาคสองตามมาและโดนสถานการณ์ระบาดของไวรัสทำให้ต้องมีอันเลื่อนฉายอยู่หลายครั้งหลายครา ในที่สุด ก็ไม่ไหวจะเลื่อนอีกต่อไปแล้ว ทำให้พื้นที่สร้างรายได้อย่างกรุงเทพมหานครล้วนถูกปิดโรงหนัง ประชากรที่อยากเสพ A Quiet Place Part II หรือชื่อไทย ดินแดนไร้เสียง 2 ต้องตะลอนออกไปดูหนังตามโรงรอบนอกเอาเอง

จากภาคตั้งต้นที่สร้างความฮือฮาเอาไว้มากมาย กลายเป็นการรอคอยจะได้สนุกลุ้นว่าเขาจะเล่าอะไรในภาคสอง เรื่องราวของครอบครัวที่สูญเสียไปแล้วทั้งสามีและลูกชายคนรองในภาคแรก พวกเขาจะพบเจอการผจญภัยอะไรต่อในภาคนี้ หนังที่เซ็ตโลกให้ผจญกับภัยจากเอเลี่ยนต่างดาวอย่างไม่รู้ที่มา แถมยังเป็นต่างดาวที่มีทั้งโสตประสาทและพลังสังหารขั้นสุดยอด

หลังการสูญเสียสามีอย่าง ลี (John Krasinski/จอห์น คราซินสกี จากเรื่อง 13 Hours, Something Borrowed และ Promised Land) และลูกชายคนรองไป เอเวอลีน (Emily Blunt/เอมิลี บลันท์ จากหนังเรื่อง The Girl on the Train, Into the Woods และ Sicario) ได้ทารกคนใหม่ที่ต้องทะนุถนอมและดูแลเขาให้รอดจนเติบโต และเธอก็ยังมี เรแกน (Millicent Simmonds/มิลลีเซนต์ ซิมมอนดส์) และ มาร์คัส (Noah Jupe/โนอาห์ จูป) ที่เรียนรู้เข้าใจสถานการณ์ที่ครอบครัวกำลังเผชิญมากขึ้น หลังบ้านหลังเก่าถูกไฟไหม้ไป เธอและลูกทั้งสามกำลังโยกย้ายหาสถานที่แห่งใหม่เพื่อพักพิง

ทั้งสี่ออกจากทุ่งข้าวโพดสู่พื้นที่โรงงานร้างและได้พบกับเพื่อนเก่าอย่าง เอมเมตต์ (Cillian Murphy/ซิลเลียน เมอร์ฟี จากหนังเรื่อง Inception, 28 Days Later… และ In Time) ชายผู้เหลือเพียงตัวคนเดียวและสร้างอาณาเขตเพื่อการเอาตัวรอดอย่างสมบูรณ์แบบ การมาของครอบครัวนี้จะทำให้ทุกสิ่งเปลี่ยนไป คำพูดที่เขาฝากไว้ “ผู้คนที่ยังเหลือ ไม่ใช่พวกที่คู่ควรให้ช่วย” ผู้คนที่เขาว่านั้น

ผจญภัยในโลกไร้เสียงดำเนินมาถึงภาคที่สองแล้ว [และแน่นอนว่า จะมีภาคที่สาม] น่าสนใจอยู่เหมือนกันว่า หนังจะพาเราไปทางไหน มีอะไรที่จะเล่าได้อีก หรือจะมีตัวละครใหม่ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในภาคนี้ มีพื้นที่ใหม่ที่กลายเป็นโลเกชันในการสู้รบกับเอเลี่ยน รวมไปถึงมีภารกิจใหม่ๆ ที่ตัวละครต้องฝ่าฟันร่วมกัน หลังรอคอยกันมานานเป็นปี ได้เวลาอำมหิต[โคตร]เงียบทำงานในโรงภาพยนตร์

ครอบครัวเดิม เพิ่มเติมคือใหม่หมดทุกอย่าง
เรื่องราวยังคงเล่าโดยมีจุดศูนย์กลางคือ ครอบครัวแอบบอตครอบครัวเดิมที่จะขาดสมาชิกบางส่วน แต่ในวันที่พวกเขาย้ายออกมาจากบ้านหลังที่ยับเยินจากการบุกรุกของเอเลียนและการตอบโต้กลับของเหล่าแม่ลูก เขาก็มาพบเจอกับชายไว้เครา เอมเมตต์ ผู้ที่เข้ามาเป็นเพื่อนร่วมทางคนใหม่ ซึ่งแท้ที่จริงก็เป็นเพื่อนบ้านของเอเวอลีนมาก่อนนั่นแล แม้ดูเหมือน เขาจะไม่ค่อยอยากต้อนรับครอบครัวนี้มากนัก แต่ในที่สุด ก็เลี่ยงไม่ได้ต้องให้อยู่

หนังเลือกจะหันไปเล่าวันแรกของโลกที่ต้องเผชิญกับภัยร้ายไม่คาดฝัน วันที่เอเลี่ยนลงมายังพื้นโลก วันที่พวกเขายังมีลีผู้เป็นสามีและพ่อ ทั้งยังบอกเล่าถึงตัวละครตัวใหม่ที่กลับมาเจอกันอีกครั้งโดยบังเอิญ

ปัญหาที่ครอบครัวนี้มี ยังคงเสี่ยงต่อความอยู่รอดอย่างครบครัน เด็กทารกที่พร้อมจะกระจองอแงได้ตลอดเวลา แต่พวกเขาก็มีอุปกรณ์และพื้นที่ที่เก็บเสียงได้มากขึ้น ลูกชายที่เดิมก็แข็งแรงแต่ครั้งนี้เขาทำตัวเองให้เจ็บ ลูกสาวที่หูหนวกที่พึ่งพาได้มากที่สุดกำลังได้พบเจอกับประสบการณ์เสี่ยงตายครั้งใหม่

ภาคนี้ เซ็ตให้แต่ละตัวละครที่เป็นครอบครัวเดียวกัน ต้องกระจัดกระจายแยกย้ายกันไปทำภารกิจของตัวเอง การดำเนินเรื่องจึงเล่าสลับกันไปมาถึงสถานการณ์ที่แต่ละคนกำลังเผชิญ คนดูก็จะได้ลุ้นไปพร้อมๆ กัน ว่าคนนั้นจะพบเจออะไร จะผ่านมันไปได้ไหม และจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้งได้ไหมหรือในสภาพไหน

หนังยังคงใช้ประโยชน์จากความสามารถพิเศษของเอเลียนที่พัฒนาประสาทการรับฟังจนได้ยินแม้เสียงที่เบาที่สุด ขณะเดียวกัน ก็ใส่ตัวละครมนุษย์ที่สูญเสียประสาทการได้ยิน เรแกน ใช้ภาษามือคุยกับแม่ เพราะความเฉลียวฉลาด เธอจึงใช้พลังของเสียงและอุปกรณ์ช่วงฟังของเธอ สร้างเป็นอุปกรณ์ในการต่อสู้ และหลายครั้งหนังก็เลือกจะใช้ความเงียบไร้เสียงใดๆ นอกจากภาพที่เคลื่อนไหว ประหนึ่งจะทำให้คนรู้ไร้การได้ยินเหมือนเรแกน

เรแกนที่สวมบทบาทโดย Millicent Simmonds นักแสดงเด็กจากหนัง Wonderstruck และ A Quiet Place ภาคแรก มีความเชี่ยวชาญด้านภาษามือเป็นอย่างดี เธอกลายเป็นสมาชิกคนสำคัญที่ครอบครัวจะขาดไม่ได้ นอกจากจะคิดค้นวิธีต่อกรกับเอเลียนหูดีแล้ว เธอก็ยังมีจิตใจที่ห้าวหาญและอ่อนโยน ภารกิจที่เธอเลือกอาจดูโง่เขลาสำหรับบางคน แต่สำหรับเรแกน มันคงเป็นความอัดอั้นถ้าไม่ได้ทำ เป็นโชคดีของเธอที่มีเอมเมตต์ตามไปช่วยเหลือ

แม้เอเลี่ยนจะร้ายกาจเพียงใดก็ตาม แต่มนุษย์ด้วยกันอาจสร้างความเลวร้ายให้กับสัตว์สปีชีส์เดียวกันได้ยิ่งกว่า หนังสร้างในเอเลี่ยนมีพฤติกรรมที่ตรงไปตรงมา ค้นหาและฆ่าเพียงเท่านั้น แต่กับมนุษย์ด้วยกัน เมื่อพวกเขาผ่านเหตุสุดเลวร้ายเช่นนี้ พวกเขาจึงเปลี่ยนไปมาก ความเลวร้ายของมนุษย์ก็เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน การอยู่รอดในโลกที่เอเลี่ยนบุกฆ่าจนแทบไม่เหลือจึงเป็นความเลวร้ายทั้งสองทาง หนึ่งคือ รอดให้ได้จากเอเลียนที่มีทั้งประสาทการได้ยินเป็นเยี่ยม ความว่องไวเป็นเลิศ และอาวุธสังหารอันเฉียบขาด สองคือ รอดจากมนุษย์ด้วยกันที่พร้อมทำสิ่งต่ำช้าเพื่อความอยู่รอดของตน